ไม่นานมานี้ ทำไมคนเริ่มให้ความสนใจกับการเทรด สินค้า commodity มากขึ้นเรื่อย ๆ อันที่จริง มันสมเหตุสมผล เพราะการลงทุนแบบดั้งเดิมไม่ได้ตอบสนองความต้องการทุกคนแล้ว



สินค้า commodity คือวัตถุดิบพื้นฐาน เช่น ทองแดง น้ำมันดิบ ข้าวสาลี เมล็ดกาแฟ ทองคำ ซึ่งใช้ในการผลิตสินค้าอื่น ๆ หรือบริโภคในชีวิตประจำวัน แต่ปัญหาคือ คุณไม่สามารถเก็บก๊าซธรรมชาติหรือน้ำมันดิบไว้ที่บ้านได้ง่าย ๆ ดังนั้นการเทรด commodity จึงเป็นทางออกที่ดีสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายพอร์ตการลงทุน

สินค้า commodity แบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ได้แก่ Soft Commodities (ผลิตภัณฑ์จากการเพาะปลูก เช่น กาแฟ เมล็ดโกโก้ น้ำตาล) และ Hard Commodities (ผลิตภัณฑ์จากการขุดสกัด เช่น น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ โลหะมีค่า) นอกจากนี้ยังมีการแบ่งตามประเภทสินค้า เช่น เกษตรกรรม ปศุสัตว์ พลังงาน และโลหะ

สินค้า commodity ที่นิยมเทรดในตลาดการเงินประกอบด้วย กาแฟและน้ำตาล (ด้านการเกษตร) น้ำมันดิบ Brent และก๊าซธรรมชาติ (ด้านพลังงาน) และทองคำ ทองแดง แพลทินัม แพลเลเดียม (ด้านโลหะ) ที่น่าสนใจคือประเทศไทยเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของกาแฟ น้ำตาล และถั่วเหลือง

ราคา commodity ถูกกำหนดโดยปัจจัยหลายประการ ความต้องการ (Demand) เพิ่มขึ้นเมื่อรายได้ของประชากรเพิ่มขึ้น พฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนแปลง ด้านอุปทาน (Supply) ขึ้นอยู่กับปัจจัยการผลิต แรงงาน ทุน ที่ดิน น้ำ ทรัพยากรธรรมชาติ และประสิทธิภาพการผลิต ความไม่แน่นอน เช่น สภาพอากาศ วงจรข้อมูลย้อนกลับ (Feedback loops) จากการลงทุนและเก็งกำไรในตลาดล่วงหน้า ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ราคา commodity ผันผวนมาก

ข้อดีของการเทรด commodity มีหลายประการ ประการแรก ป้องกันอัตราเงินเฟ้อ เมื่อค่าครองชีพสูงขึ้น ราคา commodity เหล่านี้มักจะสูงขึ้นด้วย ประการที่สอง กระจายความเสี่ยง เพราะ commodity มีความสัมพันธ์ต่ำกับสินทรัพย์อื่น ๆ เช่น หุ้นและพันธบัตร ประการที่สาม มีสภาพคล่อง สามารถซื้อขายออนไลน์ได้ง่าย ประการที่สี่ โอกาสได้รับผลตอบแทนสูง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน ประการที่ห้า โอกาสเติบโตในระยะยาว เพราะความต้องการเพิ่มขึ้นและทรัพยากรลดน้อยลง

แต่ก็มีข้อเสียที่ต้องระวัง ประการแรก เลเวอเรจสูง ความเสี่ยงจึงมากขึ้น ประการที่สอง ความผันผวนสูง commodity มีความผันผวนมากกว่าหุ้น 2 เท่า และมากกว่าพันธบัตร 4 เท่า ประการที่สาม ทิศทางตรงกันข้ามกับตราสารทุน ประการที่สี่ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การผลิตและสกัด commodity มีผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อม

สำหรับมือใหม่ที่สนใจเทรด commodity มีวิธีการหลัก 4 วิธี ประการแรก ETF สินค้าโภคภัณฑ์ เป็นการซื้อโดยไม่ครอบครองจริง ข้อดีคือเงินลงทุนไม่สูง มีความคล่องตัว ไม่ต้องกังวลเรื่องการเก็บรักษา ประการที่สอง ฟิวเจอร์ส commodity เป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ข้อดีคือสามารถทำกำไรได้หลายทาง ไม่ต้องใช้เงินลงทุนสูง ประการที่สาม หุ้นของบริษัท commodity เช่น BHP Group, Rio Tinto, Vale SA ข้อดีคือกระจายความเสี่ยง ป้องกันอัตราเงินเฟ้อ ประการที่สี่ CFD commodity เป็นการเทรดออนไลน์ผ่านโบรกเกอร์ ข้อดีคือทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง ใช้เรเวอเรจ เปิดตลาด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ สามารถเลือกลงทุนได้หลากหลาย

เมื่อเทรด commodity ต้องคำนึงถึงต้นทุน 3 ประเภท สเปรด (ความแตกต่างระหว่างราคาเสนอซื้อและขาย) Swap (ค่าธรรมเนียมการถือ Position ข้ามคืน) และค่าคอมมิชชั่น (ค่าธรรมเนียมการเปิดปิดการซื้อขาย) นักลงทุนควรเลือกแพลตฟอร์มที่มีค่า Commission ต่ำ สเปรดต่ำ และเสนอบัญชีทดลองเพื่อฝึกฝนก่อนเทรดจริง

ช่วงเวลาการเทรด commodity ไม่ใช่ 24 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า เช่น ทองคำและเงินเปิด 06.00 น. ปิด 24.00 น. (จันทร์ถึงศุกร์) น้ำมันดิบเปิด 06.00 น. ปิด 24.00 น. กาแฟเปิด 16.15 น. ปิด 01.30 น. น้ำตาลเปิด 15.30 น. ปิด 01.00 น. นักลงทุนควรตรวจสอบตารางเวลากับโบรกเกอร์

สรุปแล้ว การเทรด commodity เป็นโอกาสที่ดีสำหรับการกระจายพอร์ต แต่ต้องเลือกโบรกเกอร์ที่มีคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ เช่น สามารถเทรดได้หลากหลายตลาด ฝาก-ถอนรวดเร็ว ค่า Commission ต่ำ สำคัญที่สุด ไม่ควรลงทุนใน commodity เพียงอย่างเดียว เพื่อลดความเสี่ยง ศึกษารายละเอียดและเข้าใจความเสี่ยงก่อนการลงทุนนะ
此頁面可能包含第三方內容,僅供參考(非陳述或保證),不應被視為 Gate 認可其觀點表述,也不得被視為財務或專業建議。詳見聲明
  • 打賞
  • 回覆
  • 轉發
  • 分享
回覆
請輸入回覆內容
請輸入回覆內容
暫無回覆