Gate 廣場創作者新春激勵正式開啟,發帖解鎖 $60,000 豪華獎池
如何參與:
報名活動表單:https://www.gate.com/questionnaire/7315
使用廣場任意發帖小工具,搭配文字發布內容即可
豐厚獎勵一覽:
發帖即可可瓜分 $25,000 獎池
10 位幸運用戶:獲得 1 GT + Gate 鸭舌帽
Top 發帖獎勵:發帖與互動越多,排名越高,贏取 Gate 新年周邊、Gate 雙肩包等好禮
新手專屬福利:首帖即得 $50 獎勵,繼續發帖还能瓜分 $10,000 新手獎池
活動時間:2026 年 1 月 8 日 16:00 – 1 月 26 日 24:00(UTC+8)
詳情:https://www.gate.com/announcements/article/49112
金價何時會下跌?2568-2569?深度分析:突破4,000美元後
หลายคนกำลังถามว่า ทองคำจะลงในอนาคตหรือเปล่า? หลังจากที่เห็นราคาพุ่งไปจนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,181 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 นักลงทุนหลายคนเริ่มหวาดกังวล แต่ถ้าจะตัดสินใจซื้อหรือขาย ต้องเข้าใจก่อนว่าสถาบันการเงินชั้นนำของโลกคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้
ภาพรวมตลาดทองคำ 2568: ปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
ตั้งแต่ต้นปี 2568 ราคาทองคำได้ผ่านการปรับตัวขึ้นที่น่าประหลาดใจ โดยมีการเพิ่มขึ้นถึง 66% ในเพียง 7 เดือน นี่แสดงให้เห็นว่ามีความต้องการซื้อที่แรงเกิดจากปัจจัยหลายประการ
ในประเทศไทย ราคาทองแท่ง 96.5% ก็เคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน โดยพุ่งผ่านระดับ 62,000 บาท ซึ่งเกินเป้าหมายเดิมที่วิชเชษฐ์ตั้งไว้ที่ 55,000 บาท
จากมุมมองของธนาคารใหญ่ของโลก: ทิศทางแนว “ยังไปต่อได้”
Goldman Sachs ได้ยกระดับเป้าราคาทองคำเป็น 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับสิ้นปี 2569 (ปรับขึ้นจากเป้า 4,300 ดอลลาร์เดิม) โดยเหตุผลหลักคือการไหลเข้าอย่างต่อเนื่องจากธนาคารกลาง และการซื้อผ่านกองทุน ETF ทองคำ
สำหรับปี 2568 นักวิเคราะห์ Lina Thomas ที่ Goldman Sachs ปรับเป้า 3,300 ดอลลาร์ สะท้อนให้เห็นว่าการซื้อจากธนาคารกลางแข็งแกร่งกว่าการคาดการณ์ก่อนหน้า
UBS ก็เห็นแบบเดียวกัน โดยพยากรณ์ว่าราคาจะแตะ 3,500 ดอลลาร์ภายในธันวาคม 2568 โดยหนึ่งในปัจจัยหลักคือการสะสมทองคำของธนาคารกลางที่ไม่เคยมีมาก่อน ตามที่ Joni Teves จากธนาคารนี้ชี้ให้เห็น
จากการคำนวณมูลค่ากลับมาเป็นทองคำไทย หากทองคำสากลแตะ 4,900 ดอลลาร์ ราคาทองคำในประเทศไทยอาจจะสูงถึง 75,000-80,000 บาท ภายในปี 2569
เหตุผล 4 ประการที่ผลักดันให้ทองคำเพิ่มมูลค่า
1. ความตึงเครียดทางการค้า: ประธานาธิบดี ทรัมป์ ได้ประกาศแผนขึ้นภาษีสินค้าจากจีนทั้งหมด 100% ซึ่งตั้งจะมีผลบังคับใช้ในเดือนพฤศจิกายน ความไม่แน่นอนนี้ทำให้นักลงทุนมองหาทองคำเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง
2. นโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลาง: เฟดเดอรัลเรเซิร์ฟได้เริ่มการลดดอกเบี้ย (0.25% ในกันยายน 2568) ซึ่งทำให้ค่าดอลลาร์อ่อนค่าลง และเพิ่มความดึงดูดของทองคำในสกุลเงินอื่นๆ
3. การซื้อจากธนาคารกลาง: กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ได้ซื้อทองคำสุทธิกว่า 1,000 ตันต่อปี ติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี เพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐและกระจายความเสี่ยง
4. การเตรียมสกุลเงินดิจิทัลของ BRICS: กลุ่ม BRICS กำลังวางแผนสร้างสกุลเงินดิจิทัลที่มีทองคำหนุนหลัง เพื่อใช้เป็นอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสมาชิก ซึ่งท้าทายบทบาทของดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อไหร่ที่ทองคำจะลง: สัญญาณเตือนที่ต้องจับตา
แม้ว่าแนวโน้มจะยังขาขึ้น แต่มีสถานการณ์ที่อาจทำให้ราคาทองกลับตัวลง:
วิธีจับจังหวะเทรดทองคำในช่วงนี้
กลยุทธ์ที่ 1: ซื้อเมื่อเห็นการพักฐาน (Dip Buying)
ทองคำอยู่ในเทรนด์ขาขึ้นแรงแต่ปรับตัวมาเร็วเกินไป จึงอาจมีการปรับตัวลงระยะสั้น คุณสามารถรอจังหวะที่ราคาไปถึงแนวรับสำคัญ เช่น 3,859 ดอลลาร์ (แนวรับเปิดเดือน) หรือ 3,782 ดอลลาร์ จากนั้นเข้าซื้อและตั้งเป้าขายที่จุดสูงสุดใหม่
กลยุทธ์ที่ 2: ซื้อเมื่อแนวต้านถูกทดสอบ (Breakout Retest)
เมื่อราคาทองพิเศษแนวต้าน 4,000 ดอลลาร์ แนวต้านนี้อาจกลายเป็นแนวรับใหม่ รอให้ราคากลับมาทดสอบแนว 3,980-4,000 ดอลลาร์ ถ้าเห็นราคาเด้งขึ้นและปริมาณเพิ่มขึ้น ก็เป็นโอกาสเข้าซื้อได้
กลยุทธ์ที่ 3: ใช้ระดับ Fibonacci
ลากเส้น Fibonacci จากจุดต่ำเดิม (สมมติ 3,500 ดอลลาร์) ไปยังจุดสูงสุด (4,059 ดอลลาร์) ระดับ 38.2% และ 61.8% เป็นจุดซื้อที่ดี เมื่อราคาเข้าใกล้ระดับเหล่านี้และแสดงสัญญาณเด้งขึ้น
บทสรุป: ทองจะลงแต่เมื่อไหร่?
ตามการวิเคราะห์ของสถาบันการเงินชั้นนำ ราคาทองคำมีโอกาสยังปรับตัวขึ้นต่อไปถึงปลายปี 2569 อย่างไรก็ตาม ไม่มีการเพิ่มขึ้นแบบตรงเส้นในตลาด ระหว่างทางจะมีการปรับตัวลงเพื่อให้พักฐาน คำตอบของคำถาม “ทองจะลงช่วงไหน” ก็คือ จะลงเป็นช่วงๆ ไม่ใช่ลงแบบวิด
นักลงทุนที่ซื้อหรือจะซื้อทองควรมีจิตใจที่ยืดหยุ่น รอจังหวะปรับตัวลงเพื่อเพิ่มปริมาณ และอย่าตกใจหากเห็นราคาเปลี่ยนแปลงในแต่ละวัน เทรนด์หลักยังบอกว่าทองคำมีโอกาสไปสูงขึ้นในอีก 1-2 ปีข้างหน้า