This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
ไดเวอร์เจนท์ในการเทรด: เครื่องมือสำคัญสำหรับนักเทรดปัจจุบัน
เมื่อคุณเข้าสู่โลกของการเทรด คุณจะรู้ว่า ไดเวอร์เจนท์ คือสัญญาณการเทรดที่สำคัญมากสำหรับการติดตามการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มราคา ไดเวอร์เจนท์ไม่ใช่การคาดเดา แต่เป็นการวิเคราะห์ที่มีพื้นฐานทางเทคนิคที่ชัดเจนและสามารถช่วยคุณระบุจุดเปลี่ยนของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้จะพาคุณลงลึกไปในโลกของ ไดเวอร์เจนท์ และวิธีที่นักเทรดมืออาชีพใช้เครื่องมือนี้เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไร
ไดเวอร์เจนท์คืออะไร: ความหมายและแหล่งที่มา
ไดเวอร์เจนท์ หรือในศัพท์เทคนิคคือ “สัญญาณไม่สอดคล้อง” เกิดขึ้นเมื่อราคาและอินดิเคเตอร์ไม่ได้เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน นี่คือช่วงเวลาที่อินดิเคเตอร์ไม่สามารถยืนยันการเคลื่อนไหวของราคาได้ สถานการณ์นี้อาจดูเหมือนว่าอินดิเคเตอร์กำลังสงสัย แต่จริงๆแล้วมันคือการบอกเตือนให้คุณระวังสัญญาณขัดแย้งในตลาด
ไดเวอร์เจนท์ไม่ได้หมายความว่าอินดิเคเตอร์นั้นใช้ไม่ได้ เพราะว่าสัญญาณนี้สามารถบ่งชี้สถานการณ์ที่แตกต่างกันได้หลายแบบ บางครั้งมันบ่งชี้ว่าแนวโน้มกำลังจะเปลี่ยนทิศทาง บางครั้งมันเป็นการยืนยันว่าแนวโน้มเดิมจะยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของ ไดเวอร์เจนท์ที่เกิดขึ้น
การระบุได้อย่างไรว่าตลาดกำลังส่งสัญญาณ ไดเวอร์เจนท์
เมื่อราคาเริ่มเปลี่ยนแปลง คุณจะเห็นสถานการณ์ที่น่าสนใจดังนี้
สถานการณ์ที่หนึ่ง: ราคาปรับลงอย่างแข็งแกร่ง แต่อินดิเคเตอร์ไม่ได้ยืนยันการลงนี้ สัญญาณนี้บ่งชี้ว่าแนวโน้มลงอาจจะอ่อนตัวลง และราคาอาจจะกลับตัวขึ้น (Bullish Divergence)
สถานการณ์ที่สอง: ราคาปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่ง แต่อินดิเคเตอร์ไม่ได้ยืนยันการขึ้นนี้ สัญญาณนี้บ่งชี้ว่าแนวโน้มขึ้นอาจจะอ่อนตัวลง และราคาอาจจะกลับตัวลง (Bearish Divergence)
สถานการณ์ที่สาม: ราคาปรับลงแบบอ่อนแรง แต่อินดิเคเตอร์ยังคงแสดงความแข็งแกร่งของแนวโน้มลง (Hidden Bearish Divergence) - สัญญาณนี้บ่งชี้ว่าแนวโน้มลงจะยังคงดำเนินต่อไป
สถานการณ์ที่สี่: ราคาปรับขึ้นแบบอ่อนแรง แต่อินดิเคเตอร์ยังคงแสดงความแข็งแกร่งของแนวโน้มขึ้น (Hidden Bullish Divergence) - สัญญาณนี้บ่งชี้ว่าแนวโน้มขึ้นจะยังคงดำเนินต่อไป
อินดิเคเตอร์ที่ใช้ติดตาม ไดเวอร์เจนท์ ได้ดีที่สุด
นักเทรดส่วนใหญ่ใช้อินดิเคเตอร์ในกลุ่ม Oscillator ที่ช่วยบ่งชี้โมเมนตัมของราคา มาดูตัวอินดิเคเตอร์ยอดนิยมกัน
MACD: ผู้นำในการติดตาม ไดเวอร์เจนท์
MACD (Moving Average Convergence Divergence) เป็นอินดิเคเตอร์ที่ใช้ค่าเฉลี่ยสองเส้นเพื่อบ่งชี้จังหวะการเทรด เมื่อ MACD มีค่าบวกและเพิ่มขึ้น แสดงว่าแนวโน้มขึ้นแข็งแกร่ง ถ้า MACD มีค่าลบและลดลง แสดงว่าแนวโน้มลงแข็งแกร่ง เมื่อราคาสร้างจุดสูงหรือต่ำใหม่ แต่ MACD ไม่ส่งสัญญาณในทิศทางเดียวกัน นั่นคือเมื่อ ไดเวอร์เจนท์ เกิดขึ้น
RSI: การตรวจจับ Overbought และ Oversold
RSI (Relative Strength Index) ช่วยคุณเห็นภาวะที่ซื้อมากเกินไป (Overbought) เมื่อค่ามากกว่า 70 หรือภาวะที่ขายมากเกินไป (Oversold) เมื่อค่าต่ำกว่า 30 เมื่อราคาเข้าโซนเหล่านี้แต่ RSI ไม่ยืนยอง ไดเวอร์เจนท์ ก็จะปรากฏชัดเจน สัญญาณนี้มักนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงแนวโน้มอย่างรุนแรง
Williams %R: เครื่องมือทีสามแยมเพิ่มความแน่นอน
Williams %R ก็เป็นเครื่องมือออสซิลเลเตอร์ที่บ่งชี้ Overbought (>80) และ Oversold (<20) เมื่ออินดิเคเตอร์นี้ไม่สอดคล้องกับราคา ก็จะสร้าง ไดเวอร์เจนท์ ที่น่าสังเกต
ความแตกต่างระหว่าง Regular Divergence และ Hidden Divergence
นี่คือเรื่องที่สำคัญมากในการเทรด ไดเวอร์เจนท์ ให้เกิดผล
Regular Divergence: สัญญาณเปลี่ยนแปลงแนวโน้ม
Regular Divergence เกิดขึ้นเมื่อแนวโน้มอ่อนตัวลง ราคากำลังเพิ่มขึ้นแต่อินดิเคเตอร์ไม่ยืนยอง หรือราคากำลังลดลงแต่อินดิเคเตอร์ไม่ยืนยอง สัญญาณนี้บ่งชี้ว่า:
Hidden Divergence: สัญญาณการต่อเนื่องแนวโน้ม
Hidden Divergence เกิดขึ้นเมื่อราคาปรับตัวแบบอ่อน แต่อินดิเคเตอร์ยังแสดงว่าแนวโน้มเดิมยังแข็งแกร่ง สัญญาณนี้บ่งชี้ว่า:
วิธีการเทรด Regular Divergence เพื่อรับผลกำไร
เมื่อคุณสังเกตเห็น Regular Divergence ขั้นตอนการเทรดจะเป็นดังนี้:
ตัวอย่างจริง: ราคาขึ้นต่อเนื่องทำจุดสูงใหม่ แต่ RSI ลดลงและไม่ทำจุดสูงใหม่ นี่คือ Bearish Regular Divergence ที่บอกคุณว่าการขึ้นของราคากำลังอ่อนตัวลง เมื่อแท่งเทียนเริ่มสร้างรูปแบบกลับตัว (เช่น Shooting Star) นั่นคือจังหวะเปิดสถานะขาย
วิธีการเทรด Hidden Divergence เพื่อจับแนวโน้มต่อเนื่อง
Hidden Divergence ต้องการกลยุทธ์ต่างออกไป:
ปัญหาและข้อบกพร่องที่ต้องหลีกเลี่ยง
แม้ ไดเวอร์เจนท์ จะเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ แต่ก็มีข้อสังเกต:
ดังนั้นการจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม การตั้งจุดตัดขาดทุนที่ชัดเจน และการยืนยันสัญญาณด้วยเครื่องมืออื่นจึงเป็นสิ่งจำเป็น
บทสรุป: ไดเวอร์เจนท์ในการเทรดสมัยใหม่
ไดเวอร์เจนท์ ไม่ใช่คนวิเศษที่จะบอกคุณทั้งหมด แต่มันเป็นเครื่องมือที่มีคุณค่าในการพยายามทำความเข้าใจสภาพตลาด หากคุณสามารถแยกแยะระหว่าง Regular Divergence (สัญญาณเปลี่ยนแปลง) และ Hidden Divergence (สัญญาณต่อเนื่อง) พร้อมทำการจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม เครื่องมือ ไดเวอร์เจนท์ ตัวเดียวก็สามารถช่วยให้พอร์ตการลงทุนของคุณเพิ่มขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ
จำไว้ว่าการเทรดที่ประสบความสำเร็จต้องอาศัยการศึกษาอย่างเพียงพอ การฝึกปฏิบัติ และการปรับปรุงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง ไดเวอร์เจนท์ เป็นเพียงหนึ่งเครื่องมือในชุดของคุณ แต่มันเป็นเครื่องมือที่มีพลัง